ย้อนเวลากลับไปในยุค 90 ช่วงเวลาที่ยังไม่มีสมาร์ตโฟน กราฟิกคอมพิวเตอร์ยังเป็นเรื่องไกลตัว และโซเชียลมีเดียยังไม่ถือกำเนิด ความบันเทิงของเด็กๆ หลังเลิกเรียนหรือในช่วงพักกลางวัน จึงไม่ได้อยู่ในหน้าจอ
แต่กระจายตัวอยู่บนโต๊ะเรียน ลานปูน หรือพื้นกระดาษเรียบๆ ความสุขในยุค นั้นถูกสร้างขึ้นได้ง่ายดาย เพียงแค่มี กระดาษกับปากกา
และนี่คือ 5 เกมกระดาษสุดฮิต ที่เด็กยุค 90 ทุกคนต้องเคยผ่านมือ และพาเราย้อนบรรยากาศความสนุกในวันวานกลับมาอีกครั้ง
5 เกมกระดาษ ที่เด็กยุค 90 ต้องรู้จัก
- เกมตาราง X-O (Tic-Tac-Toe)
เกมเบสิกที่คลาสสิกที่สุดตลอดกาล ขอเพียงแค่มีเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ กับปากกาหนึ่งด้าม ก็เปิดศึกแห่งปัญญาได้ทันที
กฎเหล็กมีเพียงการลากเส้นตาราง 3x3 แล้วสลับกันเขียน X หรือ O ใครเรียงครบ 3 ช่องก่อนในแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวทะแยง คือผู้ชนะ ถึงจะเป็นเกมที่ดูง่าย แต่บทจะจริงจังขึ้นมา การชิงเชิงไม่ให้ฝั่งตรงข้ามดักทางได้ก็ทำเอาเครียดจนเหงื่อซึมได้เหมือนกัน
- เกมทายใจ พับกระดาษเปิดคำทาย
หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า เกมพับกระดาษจีบ กระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสถูกพับอย่างประณีตจนกลายเป็นทรงกรวย 4 ช่อง ด้านนอกเขียนสีหรือตัวเลข
ส่วนด้านในซ่อนข้อความคำทายเอาไว้ ตั้งแต่ อนาคตจะได้เป็นดารา, ความรักจะสมหวัง ไปจนถึงคำแกล้งขำๆ
อย่าง หน้าเหมือนก้อนหิน เวลาเล่นเพื่อนจะให้เราเลือกเลขหรือสี แล้วขยับกระดาษตามจำนวนครั้ง ก่อนจะเปิดอ่านคำทายด้วยลุ้นระทึก
- เกมทายชื่อ / เกมเก็บคะแนนหมวดหมู่
เกมทดสอบความไวของสมองและคลังคำศัพท์ โดยการตีตารางลงบนกระดาษ แบ่งช่องเป็น ชื่อคน, สัตว์, สิ่งของ, ผลไม้ หรือจังหวัด
จากนั้นจะทำการสุ่มตัวอักษรหมวดหมู่ เช่น ตัว ก ทุกคนต้องรีบเขียนคำที่ขึ้นต้นด้วย ก ลงในทุกช่องให้เร็วที่สุด ใครเขียนเสร็จคนแรกจะร้อง หยุด!
เพื่อให้ทุกคนวางปากกา ใครตอบไม่เหมือนคนอื่นจะได้คะแนนเต็ม ส่วนใครตอบซ้ำ คะแนนก็จะหารครึ่งกันไป
- เกมบิงโกทำเอง
ไม่ต้องไปซื้อชุดเกมบิงโกสำเร็จรูป เพราะเด็กยุค 90 สร้างสนามแข่งขันขึ้นมาเองได้ แค่วาดตาราง 5x5 ลงในกระดาษ แล้วใส่ตัวเลข 1-25 แบบสลับตำแหน่งกันตามใจชอบ
จากนั้นขีดตัวเลขที่เพื่อนขานทีละตัว ใครขีดฆ่าตัวเลขจนเชื่อมเป็นเส้นตรงได้ครบ 5 เส้นก่อน แล้วตะโกนคำว่า บิงโก! ดังลั่นห้อง จะได้รับความภาคภูมิใจและสายตาอิจฉาจากเพื่อนๆ ไปครอบครอง
- เกมต่อจุดกินพื้นที่
เกมกระดาษที่ต้องใช้การวางแผนและกลยุทธ์สูง เริ่มต้นด้วยการจุดจุดเล็กๆ เรียงกันเป็นแถวและตาราง ผู้เล่นจะสลับกันลากเส้นเชื่อมจุด 2 จุดเข้าด้วยกัน
ใครที่ลากเส้นปิดกล่องสี่เหลี่ยมได้สำเร็จ จะได้เขียนชื่อหรือสัญลักษณ์ของตัวเองลงในกล่องนั้นพร้อมได้เล่นต่ออีกตา
ตอนท้ายใครครองพื้นที่กล่องได้มากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ เกมนี้สอนให้เราประมาทไม่ได้เลย เพราะการขีดเส้นผิดเพียงเส้นเดียว อาจเปิดช่องให้เพื่อนสวมรอยเก็บพื้นที่ไปจนหมดกระดาน
เกมกระดาษเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงราคาประหยัดในอดีต แต่คือพื้นที่แห่งการปฏิสัมพันธ์ การเรียนรู้เรื่องการแพ้ชนะ และการใช้จินตนาการอย่างแท้จริง
แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ แต่ความทรงจำและเสียงหัวเราะบนแผ่นกระดาษเหล่านั้น ยังคงเป็นเสน่ห์ที่เด็กยุค 90 ไม่มีวันลืม
ได้รับการสนับสนุนโดย hoiana