ประวัติย้อนเรื่องราวการกินอยู่ของคนในสมัยอยุธยา  

อาณาจักรอยุธยา (พ.ศ. 1893-2310) เป็นศูนย์กลางของการค้า วัฒนธรรม และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลต่อวิถีการกินอยู่ของผู้คนในยุคนั้น วิถีชีวิตของชาวอยุธยาถูกกำหนด

โดยภูมิศาสตร์ของอาณาจักร ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร และระบบคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ  

 

การกินอยู่ของคนในสมัยอยุธยา

ชาวอยุธยานิยมบริโภคอาหารที่ได้จากธรรมชาติ ทั้งจากแม่น้ำและป่าเขา อาหารหลักของคนในยุคนั้นคือข้าว ซึ่งมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในที่ราบลุ่มแม่น้ำ การบริโภคข้าวมีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว โดยข้าวเจ้าจะเป็นที่นิยมมากกว่าในหมู่สามัญชน  

 

อาหารโปรตีนที่สำคัญมาจากปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลานิล ปลาสวาย และปลากราย มีการนำปลามาถนอมอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น ปลาร้า ปลาส้ม ปลาแห้ง และปลาเค็ม นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่า เช่น เก้ง กวาง หมูป่า และไก่ป่า ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นอาหารด้วย  

 

ชาวอยุธยารู้จักการใช้เครื่องเทศและสมุนไพรในการปรุงอาหาร เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม หอมแดง และพริกไทย โดยอาหารที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในหมู่ชาวอยุธยา ได้แก่ แกงเผ็ด แกงส้ม ต้มยำ และน้ำพริก นอกจากนี้ คนไทยในสมัยอยุธยายังนิยมรับประทานผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะม่วง ทุเรียน ลำไย มังคุด และเงาะ  

 

ในช่วงที่มีการติดต่อกับต่างชาติ เช่น ชาวจีน ชาวอินเดีย และชาวยุโรป อาหารของชาวอยุธยาก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การใช้กะทิในแกง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากอินเดีย หรือการปรุงอาหารด้วยเต้าเจี้ยวจากจีน  

ที่อยู่อาศัยและการดำรงชีวิต  

บ้านเรือนของชาวอยุธยามีลักษณะเป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมและอากาศร้อน บ้านส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ไผ่และไม้เนื้อแข็ง โดยมีหลังคามุงจากหรือกระเบื้องดินเผา การสร้างบ้านมักจะเน้นไปที่ความโปร่งโล่งและมีช่องลมเพื่อระบายอากาศ นอกจากนี้ ยังนิยมปลูกพืชผักสวนครัวไว้รอบบ้าน เช่น พริก มะเขือ กระเพรา และโหระพา  

 

การเดินทางในอยุธยาส่วนใหญ่ใช้ทางน้ำเป็นหลัก มีการใช้เรือเป็นพาหนะสำคัญ เช่น เรือพาย เรือแจว และเรือสำเภาสำหรับค้าขาย การคมนาคมทางบกจะใช้เกวียนหรือเดินเท้าเป็นหลัก  

 

วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียม  

ชาวอยุธยาให้ความสำคัญกับความสามัคคีในครอบครัว โดยครอบครัวขยายเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไป พิธีกรรมและศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยมีการทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ และจัดพิธีกรรมตามเทศกาลต่างๆ เช่น สงกรานต์ และลอยกระทง  

 

นอกจากนี้ คนในยุคนั้นยังมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้ชายมักสวมโจงกระเบนและเสื้อแขนสั้นหรือผ้าคาดไหล่ ส่วนผู้หญิงนิยมสวมผ้าซิ่นและห่มสไบ การแต่งกายได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างชาติ เช่น ผ้าไหมจากจีนและเครื่องประดับทองจากอินเดีย  

 

วิถีชีวิตของคนในสมัยอยุธยาเป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ศาสนา และอิทธิพลจากต่างชาติ อาหารการกินที่เน้นข้าว ปลา และสมุนไพรเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต ขณะที่บ้านเรือนสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการใช้วัสดุท้องถิ่นให้เหมาะกับสภาพอากาศ วิถีชีวิตเรียบง่ายและสอดคล้องกับธรรมชาติ ทำให้อาณาจักรอยุธยาสามารถดำรงอยู่ได้นานถึง 417 ปี ก่อนที่จะล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2310

 

สนับสนุนโดย    หวยดี

By admin