วิธีเอาตัวรอดจากภัยปืนใหญ่ ภัยปืนใหญ่  ถือเป็นหนึ่งในอาวุธที่สร้างความเสียหายได้รุนแรงที่สุดในสนามรบ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน การยิงปืนใหญ่สามารถทำลายพื้นที่เป็นวงกว้างได้ในเวลาอันสั้น ทั้งจากแรงระเบิด แรงอัด สะเก็ดโลหะ และแรงสั่นสะเทือน

การเอาตัวรอดจึงต้องอาศัยสติ ความเข้าใจในธรรมชาติของอาวุธ และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว บทความนี้จะอธิบายวิธีเอาตัวรอดเมื่อเผชิญสถานการณ์ การระดมยิงปืนใหญ่ ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

1 รู้เท่าทันสัญญาณก่อนการยิงปืนใหญ่

ในพื้นที่เสี่ยง มักมีสัญญาณเตือน เช่น เสียงหวีดเบา ๆ ก่อนกระสุนตกลงพื้น เสียงวิ่งทะยานในอากาศ หรือประกาศเตือนทางวิทยุ หากได้ยินเสียงหวีดดังขึ้นเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่ากระสุนกำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยมากผู้คนมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีสำหรับหาที่กำบัง ดังนั้น การตระหนักรู้รอบข้าง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

2 ลดพื้นที่เป้าหมาย: หมอบให้ต่ำที่สุด

เมื่อได้ยินเสียงกระสุนปืนใหญ่กำลังตก สิ่งแรกที่ควรทำคือ หมอบราบกับพื้นทันที เพื่อหลีกเลี่ยงแรงอัดและสะเก็ดระเบิด เนื่องจากแรงระเบิดมักพุ่งไปด้านข้างมากกว่าขึ้นบน

การนอนราบช่วยลดความเสี่ยงได้รับสะเก็ดที่กระจายเป็นมุมกว้าง ควรเอามือปิดศีรษะ กางข้อศอกปกป้องท้ายทอย และหันหน้าออกจากทิศที่สงสัยว่ากระสุนจะตก เพื่อลดการโดนสะเก็ดหรือเศษอาคาร

 

3 หา “ที่กำบังจริง” ไม่ใช่แค่ “ซ่อนตัว”

ในสถานการณ์ปืนใหญ่ ความแตกต่างระหว่าง ที่กำบัง กับ การซ่อนตัว นั้นสำคัญมาก

ที่กำบัง คือโครงสร้างแข็งแรงที่รับแรงระเบิดได้ เช่น ห้องใต้ดิน บังเกอร์ กำแพงคอนกรีตหนา ดินหรือทรายเป็นมวลมาก ๆ

การซ่อนตัว เช่น ต้นไม้ มุมกำแพงบาง ๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งไม่สามารถป้องกันแรงระเบิดได้

 

หากอยู่ในบ้าน ให้รีบหลบไปยังมุมที่ปลอดภัยที่สุด เช่น หลังเสาใหญ่ ใต้บันได หรือในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง การอยู่ใกล้ผนังด้านในสุดของอาคารช่วยลดอันตรายจากแรงอัดและเศษกระจกแตก

 

4 อยู่ให้ห่างจากหน้าต่างและวัตถุที่แตกได้

แรงระเบิดของปืนใหญ่สามารถทำให้กระจกแตกกระเด็นไกลเป็นสิบเมตร จึงควรหลีกเลี่ยงหน้าต่าง ประตู หรือวัตถุที่อาจหลุดลอยจากแรงอัด การเลือกรวมตัวอยู่ในพื้นที่กลางบ้านหรือชั้นล่างเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

5 หลังการระเบิด: อย่ารีบลุกทันที

บางครั้งการยิงปืนใหญ่จะมาเป็นชุด ๆ ไม่ใช่ครั้งเดียว เมื่อเกิดการระเบิดครั้งแรก ควรรออีกประมาณ 10–20 วินาทีเพื่อประเมินว่ายังมีการยิงต่อหรือไม่ ค่อย ๆ เปลี่ยนตำแหน่งอย่างระมัดระวัง หากได้ยินเสียงหวีดอีกครั้งต้องหมอบลงทันที

 

6 ระหว่างเคลื่อนย้าย: ใช้กำแพง เตี้ย แคบ เป็นตัวบัง

หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ควรเลือกเส้นทางที่มีโครงสร้างร่วมกัน เช่น กำแพงซีเมนต์ แอ่งหลุม หรือแนวดินสะพาน เพราะสามารถดูดซับแรงระเบิดได้ส่วนหนึ่ง การวิ่งในพื้นที่โล่งเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

 

7 เตรียมของฉุกเฉินและขวัญกำลังใจ

ในพื้นที่เสี่ยง ควรมีชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย ถ่านสำรอง น้ำดื่ม และเอกสารสำคัญติดตัว รวมทั้งต้องรักษาสติให้มั่นคง เพราะการตื่นตระหนกทำให้ตัดสินใจผิดพลาดง่ายมาก การมีแผนล่วงหน้าและฝึกซ้อมทำให้รอดชีวิตได้มากขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวนี้โดย    เครื่องช่วยฟัง

By admin